ยาบ้า หรือ ยาม้า (Amphetamine)

สารบัญ

ยาบ้า หรือ ยาม้า (Amphetamine)

(Amphetamine) ยาม้า หรือ ยาบ้า ยาโด๊ป ยาแก้ง่วง หรืออาจจะเรียกว่ายาขยัน มีส่วนผสมแอมเฟตามีนเป็นยาที่มีส่วนประกอบหลัก ที่แพร่ระบาดอยู่ 3 แบบ คือ เมทแอมเฟตามีน เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ รวมไปถึงแอมเฟตามีนซัลเฟต จะพบในประเทศไทยแบบที่เป็นเมทแอมเฟตามีนคลอไรด์ ผู้ใช้มักจะมีวิธีเสพโดยการกิน รวมทั้งแบบผสมในอาหาร และเครื่องดื่ม แม้กระทั่งการสูดดมในรูปแบบไอระเหย โดยวิธีการมาจากการที่นำยาบ้ามาบด แล้วนำส่วนผสม เอาไปลนไฟ บนฟลออย เพื่อที่จะสามารถนำไปเสพได้ โดยการนำไปฉีดเข้าเส้นเลือดได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นที่นิยมในประเทศไทย ปัจจุบันนี้มีการใช้ยาเสพติดเป็นจำนวนมาก และกว้างขวาง ยานี้เป็นยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นสมอง จะทำให้กระปี้กระเป่า ไม่รู้สึกง่วง แต่หากใช้ในปริมาณมากๆ จะมีอาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น ปวดหัว ความดันสูง มื่อไม้สั่น เดินเซ อาจจะชัก เข้าขั้นโคม่า และเสียเสียชีวิตได้ในที่สุด โดยคนที่ใช้ยานี้เป็นเวลานานๆจนติด มักจะมีอาการวิตกกังวล ความจำแย่ ไม่มีสมาธิ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หูแว่ว หวาดกลัว หวาดระแวง เห็นภาพหลอน

การออกฤทธิ์ของยากระตุ้นประสาท เช่น ยากลุ่มแอมเฟตามีน

  • เสพน้อจะทำให้สดชื่นแจ่มใส ทำงานกระฉับกระเฉง ความคิดรวดเร็ว เคลื่อนไหวได้ตลอดดเวลา
  • เป็นพิษเฉียบพลัน ใจสั่น แน่นหน้าอก มีไข้สูง ความดันสูง อาจจะทำให้เส้นเลือดในสมองแตก ผู้ที่เสพอาจจะเสียชีวิตจากอาการที่กล่าวมานี้
  • ในขณะที่เสพจะมีอาการเมายา พูดไปเรื่อย ไม่ยอมนอน ไม่อยากอาหาร หูแว่ว ประสาทหลอน
  • เมื่อหมดฤทธิ์ยา ผู้เสพจะมีอาการง่วนอน ซึมเศร้า ถ้ารุนแรง อาจจะคิดสั้นฆ่าตัวตายได้เลย
  • หากได้เสพยาเสพติดแล้ว ไม่ว่าจะติด หรือไม่ติดก็ตาม ก็อาจจะมีอาการทางจิตได้ มีอาการหวาดระแวง หูแว่ว ประสาทหลอน ตั้งแล็กน้อยๆไปหามาก ทั้งขณะเสพ หรือไม่ได้เสพ ก็จะขึ้นอยู่กับ ส่วนประกอบของยา ระยะเวลา วิธีการเสพ และก็ปริมาณยาที่เสพเข้าไป มันจะเข้าไปตอบสนองร่างกายและก็สมองของผู้เสพแตกต่างกันอออกไป

แอมเฟตามีน

แอมเฟตามีน (Amphetamine) สารเคมีในรูปแบบผลึก ผงสีขาว กลบกลืนในแบบไม่มีกลิ่น รสชาติออกขมนิดๆ สารเสพติดชนิดนี้มีถูกสังเคราะห์โดยนักวิทย์ชาวเยอรมัน ต่อมานักวิทย์ชาวญี่ปุ่นก็สังเคราะห์อนุพันธ์ของแอมเฟตามีขึ้นมาได้ เป็น เมทแอมเฟตามีน ซึ่งตัวนี้จะจะส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลางได้รุนแรงกว่า แอมเฟตามีเคยถูกใช้เป็นยารักษาโรค แต่เมื่อผู้คนเอาไปใช้แบบผิดๆ จึงต้องมีการจำกัด โดยจะต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายยาเพียงเท่านั้น จึงจะใช้ยาตัวนี้ได้ แอมเฟตามีนจะส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง หน่วยความจำ ควบคุมการทำงานของออวัยวะต่างๆ อย่างเช่น การทรงตัว การเคลื่อนไหว ความรู้สึก คล้ายจะเป็นยาเพิ่มพลัง แต่จะมีผลต่อหัวใจและหลอดเลือด ทำให้เกิดอาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว หายใจผิดปกติ ความดันเลือดสูง ปากแห้ง เบื่ออาหาร ไม่หิว สมรรถณะทางเพศลดลง หากใช้แอมเฟตามีนประจำ แต่ปริมาณที่ไม่สู฿ง จะทำให้รู้สึกกระปี้กระเป่า แจ่มใส ไม่รู้สึกง่วง ดีด แต่ถ้าใช้แอมเฟตามีนเป็นประจำ แต่ปริมาณสูงขึ้น จะทำให้เกิดอันตราย เพราะร่างกายถูกใช้งานหนัก ไม่ได้พักผ่อน สุขภาพทรุดโทรม และเมื่อใช้ยาประจำแล้วเพิ่มขนาดการใช้ยาแอมเฟตามีนเข้าไปอีก จะทำให้เกิดผลต่อระบบประสาท เกิดอาการทางจิต ประสาทหลอน ความจำเสื่อม หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว ขาดเหตุผล หลงผิด อารมณ์อ่อนไหวมากขึ้น หรืออาจจะเพ้อคลั่งเลยก็ได้ หากใช้ยาในปริมาณที่สูงมากๆ ก็อาจจะทำให้หมดสติได้เลย เมื่อติดยา ก็จะเกิดการใช้ยาเป็นประจำ และมีความต้องการยาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเกิดอาการทนยาไปแล้ว ต้องการยามากขึ้นอีก ทั้งทางจิตใจและร่างกายที่ต้องการพึ่งพายา มันจะเกี่ยวข้องกับอารมณ์ ทำให้ต้องการขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าหากว่าหยุดยาแบบกะทันหัน จะทำให้เกิดอาการขาดยา แล้วจะอ่อนเพลียมาก ง่วงนอน ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง เพราะถูกใช้งานอย่างหนัก หิวจัด ความคิดเริ่มจะสับสนขึ้นเรื่อยๆ หงุดหงิด แล้วหลังจากที่หยุดยา ก็จะเกิดอาการสะท้อนกลับ คือ จากที่เคยร่าเริง ก็จะซึม ซึมเศร้า จากที่เคยคึกคัก ดีด ก็จะซึมเช่นกัน ถึงขั้นฆ่าตัวตายได้เลย ไม่ส่งผลทางตรงก็ทางอ้อม แอมเฟตามีนเป็นส่วนประกอบของยาบ้า โดยจะสามารถเสพได้หลายแบบ อย่างเช่น การกิน การฉีดเข้าเส้นเลือด การสูดดม วิธีต่างๆนี้ตัวยาจะออกฤทธิ์แตกต่างกันออกไป เช่น การกิน กว่ายาจะผ่านเข้าสู่กระเพาะอาหาร กว่าจะเข้าสู่กระแสเลือด ก็ต้องใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที และยาบางตัวก็อาจจะถูกทำลายโดยระบบย่อยอาหารไปแล้ว ทำให้ตัวยานี้รุนแรงน้อยลง การฉดเข้าเส้นเลือด และการสูดดม จะทำให้ฤทธิ์ของยาผ่านเข้าสู่สมองได้เร็วมากๆในระยะเวลาแค่ไม่กี่วินาที จะทำให้ผู้เสพเกิดอาการกระชุ่มกระชวย มีความสุขโดยทันที นี่เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมคนเสพพถึงติดใจในยาเสพติด ยาบ้าจะออกฤทธิ์และอยู่ในร่างกายได้เป็นเวลาประมาณ 1 วัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับการขับถ่ายออกจากร่างกายด้วย การขับถ่ายได้เร็วโดยการปัสสาวะ ปัสสาวะเป็นกรด ดังนั้น การที่จะรักษาผู้ที่เกิดอาการจากฤทธิ์ของยาบ้านั้น จะทำได้โดยการให้วิตามินซี หรือว่าจะเป็นสารอื่นๆที่จะเข้ามาทำให้ปัสสาวะเป็นกรด เพื่อได้เข้ามาเร่งการขับถ่ายออกจากร่างกาย และฟื้นตัวโดยไว

ลักษะณะทางกายภาพของยาบ้า

ยาม้า มีลักษณะเป็นยาเม็ดกลมแบนขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางโดยประมาณ 6 – 8 มม. ความครึ้มราวๆ 3 มม. น้ำหนักเม็ดยาโดยประมาณ 80 – 100 มก. มีสีต่างๆกัน อาทิเช่น สีแดง สีส้ม สีน้ำตาล สีม่วง สีชมพู สีเทา สีเหลือง รวมทั้งสีเขียว ฯลฯ มียี่ห้อ เป็นเครื่องหมายหลายแบบ เป็นต้นว่า รูปหัวม้าแล้วก็อักษร LONDON มีเครื่องหมายที่ปรากฏบนเม็ดยา ตัวอย่างเช่น ฬ, ฬ99, M, PG, WY เครื่องหมายรูปดาว, รูปดวงจันทร์เสี้ยว, 99 หรือบางทีอาจเป็นรูปแบบของเส้นแบ่งครึ่งเม็ด ซึ่งเครื่องหมายพวกนี้บางทีอาจปรากฏบนเม็ดยาด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งคู่ด้าน หรือบางทีอาจเป็นเม็ดเรียบทั้งคู่ด้าน รูปร่างของยาม้าบางทีอาจเจอในลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆกลมแบน รูปเหลี่ยมรูปหัวใจ หรือแคปซูล

ยาม้า เป็นยากลุ่มแอมเฟทตามีน (Amphetamines) ซึ่งมีหลายตัว ดังเช่น Dextroamphetamine, Methamphetamine เรียกกันแรกเริ่มว่า “ยาม้า” ยานี้เคยใช้เป็นยารักษาโรคอยู่บ้างในสมัยก่อน สำหรับคนไข้ที่เป็นโรคผล็อยหลับแบบไม่ทันรู้ตัว (Narcolepsy) เด็กที่เกลียดชังอยู่นิ่ง ขาดความมุ่งมั่นแล้วก็สมาธิสำหรับการเรียน (Attention Deficit Disorder) และก็คนที่อยากลดหุ่น เดี๋ยวนี้นิยมประยุกต์ใช้กันอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบทวีปเอเชียใต้รวมทั้งตะวันออกเฉียงใต้

ประเภทของยาเสพติด

  1. มีฤทธิ์กดประสาท ตัวอย่างเช่น มอร์ฟีน ฝิ่น เฮโรอีน เซโคบาร์ทิบาท ที่จะทำให้ปรปะสาทมมึนชา ทั้งสมอง จิตใจ และอารมณ์ เฉื่อยชาลง
  2. มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ตัวอย่างเช่น แอมเฟตามีน โคเคน กระท่อม ยาบ้า จะเข้าไปกระตุ้นประสาททำให้เกิดนิ่ว รู้สึกตื่นตัว กระวนกระวาย
  3. มีฤทธิ์หลอนประสาท อย่างเช่น แอลเอสดี ที่ทำให้ประสาทหลอน เห็นภาพที่ผิดปกติ

อาการ

  • หน้าตาเฉยเมย ดูเป็นทุกข์
  • ผอมซีด ดูโทรม
  • พฤติกรรมเปลี่ยนไป ไม่เป็นอันทำอะไร ไม่มีระเบียบวินัย
  • อารมณ์ร้าย หงุดหงิดง่าย โมโหง่าย
  • มีความลับ แยกตัวอยู่คนเดียวเงียบๆ
  • เบื่องาน เบื่อเรียน อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
  • มักจะมีอุปกรณ์แปลก ยาแปลกๆ เก็บเอาไว้
  • อาจจะมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อย่างเช่น กระดาษฟลอย หลอดกาแฟ ไม่ขีด หลอดฉีดยา ฯลฯ
  • ใช้เงินเปลืองเกินปกติ มีหนี้ หรืออาจถึงขั้นลักขโมย
  • มักจจะใส่แว่นกันแดดตลอดเวลา เพื่อปกปิดร่องรอยของดวงตา อาจจะเป็นดวงตาที่วาว เบิกกว้าง หรือริบรี่
  • ใส่เสื้อแขนยาวตลอด เพื่อปกปิดแขนในส่วนที่มีรอยเข็มฉีดยา
  • ชอบแอบอยู่ในห้อง ซ่อนตัว เพื่อแอบสูบบุหรี่ หรือเสพยา
  • ง่วงเหงา เกียจคร้าน ตาหรี่ สู้แสงไม่ได้ ทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้

สาเหตุของการติดยาเสพติด

ด้านร่างกาย

  • อาจจะเป็นเพราะมีอาการเจ็บปวดทางร่างกาย จึงต้องหาซื้อสารเสพติดมาใช้
  • รักษาโรคของตนเองที่ต้องประสบ อย่างเช่น ประสบอุบัติเหตุแล้วแพทย์ให้ยาระงับความเจ็บปวดอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ต่อมาไม่ได้มีการปรึกษาแพทย์แต่อย่างใด จึงใช้ยาเอง แบบไม่ได้ตั้งใจ

ด้านจิตใจ

  • จำพวกบุคลิกผิดปกติ อย่างเช่น ก้าวร้าว มีการต่อต้านสังคม มักจะพึ่งพาคนอื่น หรือแยกตัว หรืออาจจะซึมเศร้า
  • เป็นพวกที่มักจจะวิตกกังวล หวาดกลัว หรือว่าจะป่วยเป็นโรคประสาท โรคจิต มีอาการนอนไม่หลับ ก็เลยมักจะใช้ยาเพื่อระงับความรู้สึก จึงทำให้ติดได้เลย
  • ครอบครัวแตกแยก เกิดความไม่เข้าใจกัน หรือคนในครอบครัวเสพยาเสพติด

ด้านสังคม

  • ถูกชักชวน อยากรู้อยากลอง
  • อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องใกล้ชิดกับคนเสพยาเสพติด
  • มีความกดดันจากสังคม อย่างเช่น ปัญหาเศรษฐกิจ หรือตกงาน

โทษของยาบ้า

ยาบ้า ยานรก จะแสดงการออกฤทธิ์ ในแบบการทำงานที่ไปกระตุ้นประสาท เป็นที่นิยมทำให้ผู้ที่เสพยาเสพติด หากใช้เป็นประจำจะทำให้เกิดอาการติดยา ส่งผลให้ ทั้งทางด้านร่างกาย และรวมไปถึงสภาวะทางด้านจิตใจ เมื่อฤทธิ์ยาเสพติดที่เข้าไปสู่ร่างกายในระยะแรก หลังจากผู้ใช้เสพใหม่ๆ จะมีอาการหัวใจเต้นเร็ว กระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว ใจสั่น เครียด กระวนกระวาย ความดันโลหิตสูง หลังจากนั้น เมื่อฤทธิ์ยาได้หมดลง ผู้เสพก็จะอ่อนเพลียมากกว่าปกติ สมองทำงานช้าลง การตัดสินใจช้า เป็นบ่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ถ้าได้เสพยาเสพติดติดต่อกันเป็นเวลานาน ยาก็จะยิ่งทำลายสมองให้เสื่อม ประสาทหลอน เกิดภาพลวงตา หวาดระแวง เสียสติ หรืออาจจะคลุ้มคลั่ง เป็นบ้า ทำร้ายผู้อื่น หรือ ตนเองก็ได้ ถ้าเสพยาเกินปริมาณ ยาก็จะไปกดประสาท และก็ระบบหายใจ ทำให้เกิดการหมดสติ และเสียชีวิตได้ในที่สุด

โทษของการติดยาเสพติด

โทษต่อร่างกายและจิตใจ

  • ทำลายสมอง และประสาท ซึมเศร้า จิตใจเสื่อมลง วิตกกังวล เลื่อนลอย และก็อาจจะเป็นโรคจิตจากพิษยา
  • บุคลิกเสีย ไม่สนใจตัวเอง ไม่มีสติ
  • ร่างกายซูบผอมซีด อ่อนเพลีย
  • พิษของยาเสพติดจะเข้าไปทำลายอวัยวะต่างๆให้เสื่อมสภาพลง ทำให้มีโรรคแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้น
  • เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เพราะว่าการควบคุมร่างกาย ทางกล้ามเนื้อและประสาทจะมีความบกพร่อง

โทษต่อครอบครัว

  • ขาดความรับผิดชอบต่อครอบครัว
  • สียเงิน เสียทรัพย์สิน เพื่อที่ต้องซื้อยามาเสพ และจะต้องมารักษาตัว
  • ขาดหลักในครอบครัว ทำให้ทำงานไม่ได้ ไม่เป็นที่ไว้วางใจของใครหลายๆคน นำภัยมาสู่ครอบครัว และญาติพี่น้อง

โทษต่อสังคม

  • เป็นภัยต่อสังคม
  • มีโอกาสที่จะเป็นอาชญากร ลักขโมยของ เพราะจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

โทษต่อส่วนรวมและประเทศชาติ

  • เป็นภัยและความอันตรายต่อคนอื่น ทั้งชุมชนและประเทศชาติ ต้องเพิ่มงบประมาณในการป้องกันและปราบปราม และการบำบัดรักษา
  • ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ และก็วัฒนธรรมของประเทศ